The Walking Dead Season 1 เรื่องเล่าของลี เอเวอร์เร็ท

โพสเมื่อ: 7 พฤษภาคม 2014

เข้าดู 630 ครั้ง
ตัวอย่างเกมส์


The Walking Dead

ผมชื่อ ‘ลี เอเวอร์เร็ท’ (Lee Everett) เป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยแห่งจอร์เจีย อย่างน้อยก็เคยเป็น เพราะตอนนี้ผมเป็นฆาตกร แต่เดี๋ยวก่อน! อย่างเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมเป็นไอ้ฆาตกรโหดที่เห็นชีวิตคนเป็นผักปลานะ คนที่ผมสังหารไปนั้นก็คือภรรยาของผมเองและชู้รักของเธอผู้เป็นถึงวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติ มันเป็นผลทำให้ตัวผมถูกติดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่จะเรียกว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่อาจบอกได้ ในระหว่างที่ตำรวจกำลังส่งตัวผมไปยังคุกที่จะใช้เพื่อคุมขังผมนั้นเอง เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

Note: บทความนี้จะเป็นการสรุปโดยย่อถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นรวมถึงการตัดสินใจสำคัญต่างๆ ที่ส่งผลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภายหลัง แต่จะไม่รวมถึงทิปพื้นๆ อย่าง กดคลิกที่ประตูหรือมองออกไปที่หน้าต่าง เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณคงค้นพบด้วยตัวเองได้ไม่ยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณใช้ Display Style แบบ Standard ที่จะคอยยอกใบ้คุณอยู่ตลอดเวลาครับ

 

The-Walking-Dead

Episode 1: A New Day

รถที่ทำหน้าที่ขนตัวผมไปยังคุกเกิดประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำลงข้างทาง ยากที่จะบอกว่าเวลาผ่านไปกี่ชั่วโมงหรือกี่วัน ทว่าเมื่อผมลืมตาตื่นขึ้นมา ผมก็ถูกรุมล้อมโดยฝูงผีดิบ (ที่ในภายหลังเรารู้จักมันดีในนาม “วอล์กเกอร์”) มันทำให้ผมต้องวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตจนไปถึงบ้านหลังหนึ่ง และที่บ้านหลังนี้เองที่ผมได้พบกับแม่หนู “เคลเมนไทน์” (Clementine) ที่ถูกทิ้งไว้ในบ้านหลังนี้เพียงลำพังกับพี่เลี้ยงของเธอที่กลายร่างไปเป็นหนึ่งในวอล์กเกอร์เสียแล้ว

พี่เลี้ยงผู้แสนอ่อนหวานเกือบจะทำให้ผมเอาชีวิตไม่รอด เดชะบุญที่แม่หนูเคลเมนไทน์มาช่วยผมไว้ได้ทันโดยเธอปรากฏตัวขึ้นขึ้นพร้อมกับค้อนที่มีขนาดเหมาะมือ ผมสามารถสังหารวอล์กเกอร์ที่เป็นอดีตพี่เลี้ยงของเคลเมนไทน์ได้สำเร็จ และตัดสินใจที่จะพาเด็กหญิงอพยพหนีออกไปจากบ้านแห่งนี้พร้อมกับผม แน่นอนว่าเธอไม่เต็มใจเพราะเกรงว่าพ่อและแม่ของเธอ (ที่ผมเชื่อว่าคงกลายเป็นวอล์กเกอร์ไปแล้ว) จะเดินทางกลับจากซาวันนาห์และไม่เจอเธอ แต่เราไม่มีทางเลือก เราต้องการความช่วยเหลือ ผมจำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะออกเดินทางในช่วงกลางวันหรือกลางคืน

Minor Choice: กลางวันหรือกลางคืน?

ไม่ว่าคุณจะเลือกกลางวันหรือกลางคืน คุณจะได้พบว่า “ชอว์น กรีนน์” (Shawn Greene) และส่งผลให้คุณเดินทางไปถึง “เฮอร์เซลฟาร์ม” (Hershel’s Farm) ได้อยู่ดี ทว่าในตอนกลางวัน คุณจะถูกโจมตีโดยพวกวอล์กเกอร์และต้องเสียเหงื่อเพื่อเข็นรถเคลียร์ทาง ทว่าในตอนกลางคืนจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น

ด้วยความช่วยเหลือของพ่อหนุ่มชอว์น กรีนน์ เราก็สามารถไปถึงยังเฮอร์เซลฟาร์มของครอบครัวกรีนน์ได้สำเร็จ เฮอร์เซลผู้เป็นพ่อของชอว์นและเจ้าของฟาร์มตกลงให้เราพักคืนหนึ่ง และที่นี่เองที่ทำให้เราได้พบกับครอบครัวของเคนนี่ (Kenny) ที่มีสมาชิกประกอบด้วยตัวเขาเอง คัทญ่าห์ (Katjaa) ผู้เป็นภรรยาและเคนนี่จูเนียร์หรือดัค (Duck) ผู้เป็นลูกชายโทนของเขา ผมและเคลเมนไทน์ติดสินใจที่จะติดรถของเคนนี่เพื่อเดินทางไปยังเมคอน (Macon) อันเป็นบ้านเกิดของผม ทว่าก่อนที่เราจะออกเดินทาง ฟาร์มของครอบครัวกรีนน์ก็ถูกโจมตีโดยพวกวอล์กเกอร์ ผมจำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะช่วยใครระหว่างชอว์นหรือดัค

Minor Choice: Shawn or Duck?

ไม่ว่าจะช่วยใครก็ตาม ท้ายที่สุดชอว์นก็ตายอยู่ดี ทว่าการช่วยเคนนี่จูเนียร์จะช่วยให้เคนนี่เชื่อใจคุณซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของเขาในภายหลัง ในขณะที่ถ้าช่วยชอว์น เคนนี่จะจดจำเรื่องนี้และจะหยิบยกเรื่องนี้มาเอ่ยถึงตลอดไปยันจบซีซั่นเลยทีเดียว

ผมและเคลเมนไทน์ได้ติดรถของเคนนี่มาจนถึงเมคอน ทว่าเพราะการโจมตีของพวกวอล์กเกอร์ ทำให้พวกเราต้องมาติดแหง่กอยู่ในร้านขายยาอันเป็น “บ้านเก่า” ของผมเองและที่นี่เองที่เราได้พบกับผู้รอดชีวิตกลุ่มใหญ่อันประกอบด้วยพ่อหนุ่มเกาหลีที่ชื่อเกลน (Glenn) แม่สาวนักข่าวคาร์เลย์ (Carley) พ่อหนุ่มร่างท้วมที่ชื่อดั๊ก (Doug) และคู่พ่อลูกลิลลี่ (Lilly) และลาร์รี่ (Larry) ผมได้ทำการสำรวจ “บ้านเก่า” ของผมและพบว่าพ่อแม่รวมถึงน้องชายของผมนั้นไม่มีผู้ใดที่รอดชีวิต ออกจะน่าเศร้า แต่มันก็เป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้วและไม่อาจแก้ไขอะไรได้ ผู้รอดชีวิตอย่างผมก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดต่อไป อย่างน้อยก็เพื่อแม่หนูเคลเมนไทน์ที่ ณ ตอนนี้ไม่เหลือใครเช่นเดียวกัน

หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มามากมาย เราก็จำเป็นต้องจรลีไปจาก “บ้านเก่า” ของผมแห่งนี้เพราะถูกโจมตีโดยพวกวอล์กเกอร์ที่บุกเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ในขณะกำลังหลบหนีนั้นดั๊กและคาร์เลย์ถูกพวกวอล์กเกอร์จับไว้ มันทำให้ผมจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากอีกครั้งว่าจะช่วยใคร

Major Choice: Carley or Doug?

นี่คือ Major Choice ของ Episode 1 นี้ เพราะใครก็ตามที่คุณช่วยจะรอดชีวิตและร่วมเดินทางไปกับคุณใน Episode ต่อๆ ไปด้วย ในขณะที่อีกคนหนึ่งจะกลายเป็นอาหารของพวกวอล์กเกอร์ไป

 

twd-season-1-main-590

Episode 2: Starved for Help

ด้วยเหตุที่ว่าเสบียงที่ตุนไว้กำลังจะหมด เราจึงตัดสินใจที่จะแลกเปลี่ยนแก๊สที่เรามีอยู่เหลือเฟือกับครอบครัวที่เป็นเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์เล็กๆ ที่ชื่อ “เซนต์จอห์น” (St John) มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ เพราะครอบครัวเล็กๆ อันประกอบด้วยเบรนด้า (Brenda) แอนดี้ (Andy) และแดนนี่ (Danny) เป็นมนุษย์กินคน พวกเขาได้จับตัวพวกเราเพื่อที่จะเก็บไว้ชำแหละในภายหลัง ในห้องขังของเซนต์จอห์นนั้นเองที่โรคหัวใจของลาร์รี่กำเริบ และเป็นอีกครั้งที่เราจะต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับเขา

Major Choice: Kill or Not?

ในกรณีที่คุณสนับสนุนเคนนี่โดยการทุ่มก้อนเกลือใส่หัวของลาร์รี่ด้วยตัวคุณเอง หลังจากนั้นขณะที่คุณกำลังสู้กับแอนดี้ ลิลลี่จะไม่ช่วยเหลือคุณและยืนดูเฉยๆ แต่ถ้าคุณพยายามช่วยลาร์รี่ (ถึงแม้จะไม่อยากช่วยก็ตาม) เคนนี่จะทุ่มก้อนเกลือใส่หัวลาร์รี่ด้วยตัวเขาเองและเป็นผลให้เคนนี่กับลิลลี่ผิดใจกัน ทว่าตอนที่คุณสู้กับแอนดี้ ลิลลี่จะเป็นคนหยิบปืนขึ้นมาเพื่อช่วยคุณ

หากเราสามารถที่จะเอาชีวิตรอดจากเซนต์จอห์นมาได้ถึงแม้เราจะเสียลาร์รี่และมาร์คไปก็ตาม ระหว่างเส้นทางกลับสู่ที่พักของเรานั้นเอง เราก็พบรถที่จอดทิ้งไว้โดยมีเสบียงอยู่เต็มคัน ทุกคนยกเว้นเคลเมนไทน์ลงความเห็นว่าเราควรจะถือโอกาสฉวยเสบียงนี้ไป แต่ไม่ว่าผมจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม เสียงข้างน้อยย่อมแพ้เสียงข้างมากอยู่ดี ทุกคนตัดสินใจที่จะหอบเสบียงที่พบในรถกลับไปยังที่พักด้วยโดยไม่เหลืออะไรไว้เลยแม้แต่อย่างเดียว

เราไม่ทางรู้เลยว่านี่จะนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ที่เกิดตามมาในภายหลัง…

Confront Brendar

ปัญหาหนึ่งที่ผู้เล่นมักจะพบก็คือตอนที่คุณพยายามช่วยเหลือคัทญ่าห์จากเบรนด้า เพราะก้าวไปข้างหน้าปุ๊บก็โดนยิงม่องตรงนั้นไม่รู้ว่าจะผ่านอย่างไรดี จริงๆ แล้วก็ไม่ยาก ค่อยๆ ขยับไปข้างหน้าช้าๆ ทีละนิด เมื่อเบรนด้าหันปืนมาทางคุณและร้องเตือนก็ให้หยุด เมื่อปืนกลับไปจ่อที่หัวของคัทญ่าห์ก็ให้ขยับไปต่อ ทำแบบนี้สลับไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดมาร์คที่เป็นวอล์กเกอร์ไปแล้วก็จะจับตัวเบรนด้าได้ และคุณก็จะช่วยเหลือคัทญ่าห์ได้สำเร็จ

 

twd-season-1-survival-test-v2-590

Episode 3: Long Road Ahead

ถึงแม้เราจะค้นพบเสบียงเพิ่มเติมจากรถที่จอดสงบนิ่งอยู่กลางป่า ทว่าด้วยเหตุผลบางประการ เสบียงนั้นร่อยหรอไปอย่างรวดเร็วอย่างผิดสังเกต ลิลลี่ผู้ทำหน้าที่จัดสรรเสบียงเชื่อว่ามีใครบางคนนั้นขโมยมันไป เธอจึงขอให้ผมช่วยค้นหาตัวหัวขโมย และด้วยความช่วยเหลือของโรบิน เอ่อ.. โทษที เจ้าหนูเคนนี่จูเนียร์ ผมก็พบเสบียงส่วนหนึ่งที่หายไปซุกอยู่ด้านนอกของกำแพง มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว…

…ทว่าก่อนที่เราจะพบตัวของหัวขโมย พวกโจรก็บุกโจมตีที่พักของพวกเรา พวกเราจึงจำเป็นต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด เพราะเสียงปืนที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ฝูงวอล์กเกอร์จึงกรูเข้ามาโจมตีอย่างไม่เลือกหน้าทั้งเราและพวกโจร แน่นอนว่าพวกเราสามารถหลบหนีออกมาได้สำเร็จ แต่…

…เคนนี่จูเนียร์นั้นถูกหนึ่งในพวกวอล์กเกอร์กัดขณะหลบหนี นี่มันไม่ดีเลย ไม่ดีเลยจริงๆ และก็ดังเช่นที่คาดไว้ ขณะที่เคนนี่จำต้องจอดรถเพื่อดึงวอล์กเกอร์ที่ติดอยู่ใต้รถ ลิลลี่ เบน และคาร์เลย์/ดั๊ก ทะเลาะกันอย่างรุนแรง เธอเชื่อว่าเบนนั้นก็คือผู้ที่ขโมยเสบียงของพวกเราและผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ

ลิลลี่ลั่นไกสังหารคาร์เลย์ (หรือดั๊ก) ด้วยโทสะ!

นี่มันบ้าชัดๆ ใครเลยจะไปคิดว่ามันจะเกิดขึ้น! ผมจำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะปล่อยลิลลี่ไปหรือนำเธอไปกับเราด้วย

Major Choice: Lilly Fate

คุณสามารถที่จะปล่อยลิลลี่ไว้กลางป่าเพื่อให้เผชิญหน้ากับฝูงวอล์กเกอร์ก็ได้ แต่ถ้าคุณนำตัวเธอกลับขึ้นรถไปด้วย เมื่อรถจอดอีกครั้งที่ทางรถไฟ ลิลลี่จะขโมยรถของพวกคุณและออกไปจากกลุ่มอยู่ดี ส่วนเรื่องที่ว่าชะตากรรมของเธอหลังจากนั้นเป็นอย่างไร คุณสามารถติดตามเรื่องราวของเธอต่อได้ใน “The Road to Woodbury” หนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวของเธอหลังจากแยกพวกลีไป แน่นอว่าเธอเป็นหนึ่งในตัวละครที่ปรากฏตัวในคอมมิคด้วย ถึงแม้จะมีน้อยคนที่สังเกตเห็นและรู้ว่านั่นคือเธอก็ตามที

เราเสียรถไป แต่ก็ได้รถจักรที่ชายจรจัดชื่อว่า “ชัค” (Chuck) ใช้เป็นบ้านมาแทน พวกเรามุ่งหน้าตรงต่อไปสู่ซาวันนาห์ในทันทีเพื่อค้นหาเรือตามแผนของเคนนี่ ทว่าขณะที่รถจักรกำลังแล่นไปอยู่นั่นเอง เราก็จำเป็นต้องหยุดรถเพื่อที่จะฝังเคนนี่จูเนียร์ที่สิ้นลมไว้ข้างทาง แต่ก่อนที่หัวรถจักรจะวิ่งไปตามรางอีกครั้งเราก็ต้องเสียคัทญ่าห์ไปอีกคนเพราะเธอเลือกที่จะปลิดชีวิตตัวเองไปพร้อมกับลูกของเธอ มันเป็นผลทำให้เคนนี่แทบจะล้มทั้งยืนเลยทีเดียว กระนั้นเราก็ยังเดินหน้าต่อไปตามแผนเดิมถึงแม้ทุกอย่างจะดูผิดแผนไปหมดก็ตามที

Confront Brendar

ในช่วงปลายของ Episode นี้เองที่คุณจะได้รู้ว่าหัวขโมยเสบียงที่แท้จริงก็คือเบนตามที่ลิลลี่คาด เขาทำลงไปเพราะต้องการที่จะช่วยเหลือพวกลีโดยการมอบเสบียงให้แก่พวกโจรเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับการที่พวกโจรจะยอมปล่อยให้พวกเขาอยู่อย่างปกติสุข

Episode 4: Around Every Corner

ในที่สุดเราสามารถเดินทางไปถึงยังซาวันนาห์และยังได้เพื่อนร่วมทางมาอีกสองคนด้วยก็คือ คริสต้า (Christa) และโอมิด (Omid) ทว่าฝูงวอล์กเกอร์ซึ่งเข้าทำร้ายพวกเรานั้นทำให้ชัคต้องยอมสละชีพของตนเพื่อถ่วงเวลา ส่วนพวกเราเองนั้นก็ติดอยู่ในคฤหาสน์ที่ว่างเปล่าแถมไม่เหลือเรือสักลำให้เห็นที่ริมฝั่งแม่น้ำ ดูเหมือนว่าเราจะมาถึงทางตันเสียแล้ว!!!

ทว่าระหว่างสำรวจเมือง เราได้พบกับเด็กสาวคนหนึ่งที่ชื่อมอลลี่ (Molly) และได้รู้เกี่ยวกับค่ายผู้รอดชีวิตที่เรียกกันว่า “คราวฟอร์ด” (Crawford) แต่ยังไม่ทันจะได้พูดคุยกันมากนัก พวกเรา (ผม เคนนี่ เคลม และมอลลี่) ก็ถูกโจมตีโดยพวกวอล์กเกอร์ ผมพลัดหลงออกจากกลุ่มแต่นั่นก็เป็นผลทำให้ผมได้พบกับนายแพทย์เวอร์นอน (Vernon) และกลุ่มผู้รอดชีวิต ด้วยความช่วยเหลือของเวอร์นอน ผมจึงสามารถกลับมารวมกลุ่มกับคนอื่นๆ ในคฤหาสน์ได้สำเร็จ ทว่า…

…เคลมหายตัวไปอีกแล้ว!!

ผมออกค้นหาเธอและก็พบเธอในห้องเก็บของภายในสวนของคฤหาสน์ ภายในห้องเก็บของนั้นเองที่ผมได้พบกับเรือยนต์ที่จอดสงบนิ่งอยู่ภายใน ความหวังของพวกเราที่ดับวูบไปแล้วคืนกลับมาอีกครั้ง สิ่งที่เคนนี่ต้องการเพื่อที่จะให้เรือยนต์กลับมาทำงานได้ก็มีเพียงแค่แบตเตอรี่และแก๊สเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เองพวกเราจึงตัดสินใจที่จะบุกเข้าไปในคราวฟอร์ดเพื่อชิงพวกมันมาโดยร่วมมือกับเวอร์นอน

เมื่อพวกเราบุกเข้าสู่คราวฟอร์ดในตอนกลางคืน เราก็พบว่ากลุ่มคนในคราวฟอร์ดทั้งหมดกลายเป็นวอล์กเกอร์ไปจนหมดแล้ว นับได้ว่าเป็นเรื่องดี เพราะนั่นหมายถึงว่าเราสามารถที่จะทำงานได้ง่ายขึ้นอีกนิด พวกเราสามารถที่จะรวบรวมของที่จำเป็นได้มาทั้งหมด แต่ในท้ายที่สุดก็ดังเช่นที่คุณคงจะเดาได้ พวกวอล์กเกอร์สามารถรอดผ่านแนวป้องกันเข้ามาได้สำเร็จ พวกเราจึงต้องอพยพหนีออกจากคราวฟอร์ดโดยด่วน และบนหอระฆังของอาคารนั้นเอง เบนก็พรากท่าเสียทีถูกวอล์กเกอร์ตนหนึ่ง (ถ้าผมจำไม่ผิด “มัน” ก็คือศพของคราวฟอร์ด โอเบอร์สัน ผู้นำของคราวฟอร์ดแห่งนี้) จับตัวเอาไว้ได้ เบนต้องการให้ผมทิ้งเขาเอาไว้ ผมจำเป็นต้องทำการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดีในสถานการณ์ยากลำบากเช่นนี้

Major Choice: Farewell Ben!?

แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่คงอยากจะปล่อยให้ไอ้หนุ่มเบนตายๆ ไปซะเพราะความโง่ที่กระทำมาตลอด 3 Episode แต่ถ้าเขารอดชีวิตมาได้ เขาก็จะรับปากกับคุณว่าเขาจะปรับปรุงตัวจะเสนอตัวร่วมภารกิจค้นหาแม่หนูเคลมใน Episode 5 กับคุณด้วย

เรากลับมาถึงคฤหาสน์ได้อย่างปลอดภัยและพร้อมที่จะออกเดินทาง แต่การที่เราตัดสินใจที่จะออกทะเลไปโดยไม่ค้นหาพ่อและแม่ของเคลมตามสัญญาที่ให้ไว้กับเธอนั้นทำให้เธอเศร้ามาก เธอได้ร้องไห้จนหลับไปและผมซึ่งเหนื่อยล้าเต็มทนก็เผลอหลับผล็อยไปเช่นกัน แน่นอนว่านั่นคือความผิดพลาดอย่างมหันต์เลยทีเดียว เพราะ…

…เมื่อผมตื่นขึ้นมา เคลมก็หายตัวไปแล้ว ขณะที่ผมออกค้นหาเธอ ผมก็เจอวอล์กเกอร์ตนหนึ่งที่ดักซุ่มอยู่กัดเข้าจนเป็นแผล แต่ผมไม่มีเวลานั่งสลดเสียใจกับสิ่งที่พลาดไป เพราะสิ่งที่เร่งด่วนกว่าก็คือค้นหาเคลมให้พบ…

…ก่อนที่เวลาของผมจะหมดลง…

For Clementine!!

ในช่วงปลายของ Episode 4 นี้จะเหลือผู้รอดชีวิต (ไม่นับรวมลี) อีก 4 คน ถ้าคุณปฏิบัติตัวกับเขาได้ดีพอ พวกเขาก็จะยินดีช่วยคุณในภารกิจค้นหาและช่วยเหลือเคลมด้วย โดยปกติแล้วคริสต้าและโอมิดยินดีตามคุณไปด้วยเสมอ ถ้าคุณไม่ใช่โทรลที่ทำตัวแย่ๆ มาตลอดเกม ทว่าในกรณีเคนนี่และเบนจะยุ่งยากหน่อย ถ้าเบนรอดชีวิตและคุณต้องการเขาไปด้วย เคนนี่ก็จะปฏิเสธที่จะตามคุณไป ยกเว้นแต่ว่ามุมมองของเคนนี่ที่มีต่อคุณจะสูงพอเท่านั้น (เกิดจากการที่คุณสนับสนุนเขามาตลอดตั้งแต่ EP แรก)

Episode 5: No Time Left

ดูเหมือนว่า “รอยกัด” จะกำลังคร่าชีวิตผม ผมจำเป็นที่จะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อถ่วงเวลาเอาไว้ โดยสิ่งที่ผมคิดออกเพียงสิ่งเดียวก็คือ “ตัด” แขนที่มีรอยกัดนั้นทิ้ง แน่นอนว่ามันส่งผลให้ภารกิจยากลำบากขึ้น แต่มันก็สามารถช่วยซื้อเวลาให้ผมได้

Major Choice: Oh! My Arm!

ต่อให้คุณไม่ตัดแขนทิ้ง แขนข้างนั้นก็จะใช้งานได้ไม่ถนัดและทำให้พิษไข้เล่นงานคุณตลอดเวลาอยู่ดี ดังนั้นตัดมันทิ้ง “น่าจะ” เป็นผลดีที่สุด โดยถ้าคุณไปค้นหาเคลมแค่คนเดียว คุณสามารถตัดมันได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าคุณมีเพื่อนไปด้วย คุณสามารถขอให้พวกเขาช่วยคุณได้ในการนี้ถ้ามุมมองของพวกเขาต่อคุณนั้นสูงพอ

ภารกิจค้นหาเคลมล้มเหลว เราต้องถอยกลับมาสู่คฤหาสน์ แต่ก็ถูกโจมตีโดยพวกวอล์กเกอร์จนต้องไปติดอยู่บนห้องใต้หลังคา พวกเราตัดสินใจทุบผนังด้านหนึ่งและปีนออกจากทางระเบียงเล็กๆ ด้านข้าง แต่นั่นก็เป็นผลทำให้เราต้องสูญเสีย “เพื่อน” ของเราไปอีกครั้ง

Farewell Kenny!?

ในกรณีที่เบนรอดชีวิตมาถึง EP5 เขาจะตกจากระเบียงลงไปสู่ตรอกเบื้องล่าง แต่ถ้าเบนตายใน EP4 คริสต้าจะกระโดดลงไปในตรอกเพื่อเก็บวอล์กกี้ ทอร์คกี้ที่ตกลงไป แต่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เคนนี่ต้องยอมสละตนกระโดดลงไปด้านล่างอยู่ดีและเป็นทำให้เขานั้นถูกรุมล้อมโดยฝูงวอล์กเกอร์ ยากจะบอกถึงชะตากรรมของเขา แต่เป็นไปได้มากที่เขาจะตายภายในตรอกนั้น และถ้าเป็นในกรณีที่เบนรอดชีวิต เขาจะตายภายในตรอกนี้ (แต่คริสต้าจะรอด)

ตอนนี้เหลือเพียงแค่ผม คริสต้า และโอมิดเท่านั้น ทว่าเพราะเหตุไม่คาดฝัน ผมจึงต้องแยกจากคริสต้าและโอมิด และด้วยเวลาที่เหลืออยู่ไม่มาก ผมจึงมุ่งหน้าต่อไปสู่โรงแรมอันเป็นจุดนัดพบกับคนร้ายลักพาตัว…

…คนร้ายลักพาตัวของเคลมก็คือเจ้าของรถที่เราพบหลังจากกลับฟาร์มเซนต์จอห์นนั่นเอง การที่พวกเราขโมยเสบียงเขามาในตอนนั้นทำให้เขาตามมาเพื่อล้างแค้น เขาสามารถตามหาเราจนพบได้โดยการติดต่อกับเคลมผ่านทางวอล์กกี้ ทอร์คกี้ ด้วยสภาพของผมในตอนนี้ ไม่มีทางเลยที่ผมจะรอดชีวิตจากเขาผู้มีปืนได้ ทว่าด้วยความช่วยเหลือของ  เคลมพวกเราทั้งคู่ก็จัดการกับเขาได้สำเร็จ

แต่เวลาของผมหมดลงแล้ว กระนั้นอย่างน้อยแม่หนูเคลมก็รอด นับตั้งแต่ที่เราพบกันจนถึงตอนนี้ เคลมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายที่มากพอที่จะช่วยให้เธอรอดชีวิตจากโลกอันโหดร้าย ผมรู้สึกเหนื่อยเต็มทีแล้ว และหนังตาของผมก็หนักขึ้นทุกที สิ่งสุดท้ายที่ผมสามารถทำได้ก็คือส่งยิ้มและให้กำลังใจเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า…

…ลาก่อนเคลเมนไทน์ ขอให้เธอโชคดี…

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: +4 (from 6 votes)
The Walking Dead Season 1 เรื่องเล่าของลี เอเวอร์เร็ท, 4.7 out of 5 based on 6 ratings


แนะนำ GAME "The Walking Dead Season 1 เรื่องเล่าของลี เอเวอร์เร็ท" สนุกม๊าก บอกต่อให้เพื่อน แชร์ได้เลย
Short Link:
ดาวโหลดเกมส์ ที่นี้ ที่เดียว http://www.thaigamecity.com
แนะนำ GAME น่าเล่น สุดมัน คลิ๊กเลย
แสดงความคิดเห็น